1. การบรรยายของวิทยากรรับเชิญท่านใดที่ชอบมากที่สุด พร้อมเหตุผล
วิทยากรรับเชิญทุกท่านที่อาจารย์เชิญมาแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ให้กับพวกเราล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่คับคั่งไปด้วยคุณภาพทางความคิดและสติปัญญา แต่ละคนจะมีบุคคลิกภาพส่วนตัวที่แตกต่างและสไตล์การพูดที่ไม่เหมือนกันเลย สำหรับผมแล้ว ผมชอบการบรรยายของอาจารย์ ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา มากที่สุด
ในสายตาของผม อาจารย์เป็นชายชราผู้ใจดี เวลาที่อาจารย์มาสอน ท่านดูจะให้ความเมตตาเอ็นดูแก่ผู้ที่มาขอความรู้เป็นอย่างมาก ทำให้บรรยากาศการเรียนการสอนดูอบอุ่น และน่าติดตาม นอกจากนี้ ด้วยความที่ผมเป็นเด็กที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์มามาก การให้เหตุผลและข้อสมมติฐานจากอาจารย์แต่ละอย่าง ล้วนแล้วแต่มีที่มาบนหลักของเหตุและผล พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้กล่าวขึ้นมาลอยๆ ผมจึงชอบสไตล์การพูดของอาจารย์เป็นพิเศษ
สิ่งที่อาจารย์พยายามสื่อถึงทุกคนตลอดเวลา คือให้มีสติ ในการที่จะคิดแก้ไขปัญหาทุกอย่าง สิ่งนี้เป็นหลักการที่คนไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ทำได้ทั้งสิ้น
อาจารย์มีความเข้าใจในพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นอย่างดี ทำให้เนื้อหาที่อาจารย์จัดมาตอบสนองต่อเรื่องที่ผู้เรียนอยากรู้ ทำให้เนื้อหามีความน่าติดตาม อีกอย่างที่ผมชอบคือ อาจารย์ชอบนำเข้าสู่เรื่องที่จะพูดด้วยนิทาน หรือเรื่องเล่า สิ่งนี้ก็เป็นสเนห์ส่วนตัวของอาจารย์ในการดึงดูดความสนใจของผู้ฟังได้เป็นอย่างดี
2. เนื้อหาการบรรยายของ อ. ธงชัยที่ผมชอบมากที่สุด
สำหรับผม ผมชอบวันแรกที่เรียนกับอาจารย์ครับ เรื่องการสอนให้เรารู้จักตัวเอง เรื่องผู้นำสี่ทิศ วันแรกอาจารย์เตรียมการ์ดที่เป็นสื่อมาให้พวกเราได้ใช้ในกิจกรรมในห้องด้วย ผมรู้สึกว่าเป็นเนื้อหาที่เหมาะสม การจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง เราต้องรู้จักสิ่งๆนั้นก่อน เรียนวิชานี้ ก็ต้องรู้จักตัวเองก่อน ผมรู้สึกว่า อาจารย์จัดลำดับเนื้อหาที่สอนในแต่คาบได้เป็นลำดับดีครับ เรียนไปเรื่อยๆแล้วไม่งง ไม่รู้สึกว่าไร้ทิศทาง หรือจับต้นชนปลายไม่ถูก สรุปว่า แค่วันแรกก็เกิด First Impression ให้รู้สึกอยากติดตามเนื้อหาในวันต่อๆไปจริงๆครับ
3. เนื้อหาสามเรื่องต่อไปนี้ที่ผมอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญมากที่สุด
ลำดับแรกคงต้องเป็นเรื่อง “การเจริญสติและสมาธิ” เพราะเป็นรากฐานของการคิดการทำกิจกรรมต่างๆในชีวิตของเราทั้งสิ้นครับ ผมอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะเป็นคนที่มี “สติและสมาธิ” ดีแล้ว ยังได้ถ่ายทอดเรื่องดีๆสู่คนอื่นๆอีกด้วย ลำดับต่อมาผมขอเชี่ยวชาญด้าน
“A Millionaire’s Mind” เรื่องนี้จะทำให้ผมพบอิสรภาพทางการเงิน ไม่ต้องคิดหรือกังวลเรื่องการใช้จ่าย จะได้เอาเวลาไปคิดตอบแทนสังคม หรือทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กับคนหมู่มาก ผมฝันว่าจะมีมูลนิธิเป็นของตัวเอง คอยช่วยโลกจากปัญหาโลกร้อนครับ ส่วนเรื่องสุดท้ายที่อยากเลือก คือ “EE” ครับ ความเป็นเลิศทางด้านอารมณ์จะทำให้ผมเป็นคนที่มีคนรัก คนเคารพ และมีความสัมพันธ์อันดีต่อคนรอบข้าง ชีวิตผมคงจะมีความสุขน่าดู จริงๆแล้วก็อยากได้ความเชี่ยวชาญในทุกๆด้านเลยนะครับ แต่โจทย์ให้แค่สามด้านเอง น่าเสียดาย
4. การนำเนื้อหาจากวิชานี้ไปประยุกต์ใช้
ขออุทิศเนื้อที่หนึ่งหน้าเต็มสำหรับคำถามข้อนี้เลยนะครับ ผมอยากบอกอาจารย์ว่า เนื้อหาทุกเรื่องในวิชานี้ต่างก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตของผมได้หมดเลยครับ
เรื่องเกี่ยวกับสมอง ความจำ การที่เราได้เข้าใจกลไกการทำงาน และวิธีการใช้สมองให้เกิดประโยชน์เต็มศักยภาพ มันทำให้ผมพยายามที่จะทำหลายสิ่งหลายอย่างให้ดีขึ้น ด้วยความเชื่อที่ว่า “เรามีศักยภาพที่จะพัฒนาได้” หลายครั้งที่จิตใจไม่จดจ่อกับความคิดใดความคิดหนึ่ง ผมก็พยายามจะโฟกัส เอาเทคนิคการฝึก “เจริญสติ สมาธิ” โดยการกำหนด “ลมหายใจ” มาใช้ครับ ได้ผมดีมาก แถมเอามาใช้ตั้งสติเวลาโกรธได้ด้วย เทอมนี้ผมอาละวาดคนน้อยลงมากๆ
เรื่องที่ทำเป็นประจำทุกวันนี้คือการบริหารจัดการการเงินครับ ผมเป็นคนที่หาเงินเก่ง ขยันรับจ๊อบ แต่ที่ผ่านมากลับไม่ค่อยมีเงินเก็บ หลังจากได้เปลี่ยน mind set ชุดใหม่ แล้วใช้เทคนิคเก็บเงิน “ห้าตะกร้า” ก็เริ่มมีเงินก้อนครับ ตอนนี้กำลังเป็นช่วงสร้างวินัยทางการเงินเลยครับ ผมว่ามันดีมากยิ่งเราต้องเริ่มทำงาน รับผิดชอบชีวิตตัวเองกันจริงๆจังๆแล้ว มีประโยชน์มากครับ
เรื่องการนำเสนอ ผมไม่ได้เข้าเรียน แต่เอาชีทอาจารย์มาอ่าน แล้วก็นำมาปรับปรุงสไลด์ที่จะไปนำเสนอซีเนียร์โปรเจค อาจารย์กรรมการบอกว่า “ทำพรีเซนเทชั่นได้ดีมาก” ตอนนี้ผมสนุกแล้วก็มีความสุขกับการทำ PowerPoint มากกว่าแต่ก่อนมาก ที่ทำไปก็กลัวไป ว่าจะออกมาไม่ดี ควบคุมเวลาไม่ได้
เรื่องมายด์แมปนี่เอามาใช้ก่อนสอบครับ จริงๆก็เริ่มใช้มาตั้งแต่เรียน Creativity ในเทอมที่แล้วที่ไปฟังคุณหนูดีพุดมาครับ ทำให้จำอได้ดีขึ้นจริงๆ
สรุปแล้วนะครับ สิ่งที่วิชานี้สอนส่วนใหญ่ เป็นทักษะชีวิตที่เราจะหาเรียนได้ยากในรั้วมหาวิทยาลัยครับ
5. คิดอย่างไรกับการสอบทักษะของเล่นที่ใช้ความคล่องแคล่วของมือ
ผมคิดว่าการเชิญชวนให้นิสิตฝึกเล่น และใช้เวลาว่างในการเล่นของเล่นเหล่านี้ ต่างให้ผลดีตามที่เราได้เรียนรู้ไป แต่ผมไม่ค่อยชอบให้มีการสอบเลยครับ ยกตัวอย่างกรณีของผม ผมเป็นคนที่ไม่มีทักษะอะไรแบบนี้เลย เล่นกีฬาผมก็ไม่เก่ง โยนของให้เพื่อน ยังโยนเลยบ้าง ไม่ถึงบ้าง อย่างของเล่นที่ผมเลือก ที่พอเล่นได้ก็มี Juggling ครับ ตอนซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ (ซ้อมกันสามเดือนนะครับ) เวลาว่างก็เอามาโยนซ้อมเล่นๆครับ แต่เชื่อไหมครับ ของแบบนี้ผมก็ไม่เข้าใจ ผมเล่นมาฝึกมาตั้งนาน โยนๆได้ท่าเดียว แถมยังโยนแล้วแปปเดียวก็หล่น แต่น้องหลีดหลายคน ทั้งๆที่จับเป็นครั้งแรก แต่ฝึกเล่นไม่กี่ครั้ง โยนเก่งกว่าผมอีก ผมเลยค่อนข้างวิตกกับการเล่นของเล่นที่ต้องมีการสอบพอสมควรครับ เวลาฝึกก็พยายามคิดว่าเล่นไปเรื่อยๆเถอะ อย่าคิดถึงการสอบ ก็พอช่วยได้บ้าง แต่ผมก็ยังเล่นไม่ได้เรื่องอยู่ดีครับ สรุปแล้วผมว่าอย่าซีเรียสกับการสอบจะดีกว่าครับ
6. อยากเชิญวิทยากรด้านไหนมาบรรยายเพิ่มเติมอีก
เนื้อหาที่ผมอยากเรียนเพิ่มเติม ส่วนใหญ่จะเป็นทักษะที่อยากพัฒนาเพื่อเอาไปใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงตอนที่เราจบการศึกษาแล้วไปทำงานนะครับ อันดับแรกคือทักษะทางภาษา การเขียนเรซูเม่ การสัมภาษณ์ การฝึกพูด ฝึกอ่าน อยากรู้เทคนิคจะได้นำมาพัฒนาตัวเองในด้านเหล่านี้อีกครับ
ที่อยากให้มีอีกคงเป็นแนวค่ายสมาธิครับ อยากลองดูว่าถ้าตั้งใจจะทำตรงนี้แล้วทำสักสองหรือสามวัน จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงกับเราบ้าง
เรื่องที่สาม อยากให้อาจารย์เชิญวิทยากรด้านการบริหารจัดการการเงินมาครับ เพราะพอเราจบไปเริ่มทำงาน เราก็จะต้องเริ่มยุ่งเกี่ยวกับภาษี รายได้ รายจ่าย เรื่องของเงินๆทองๆที่ควรจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ จะได้นำมาใช้ในเชิงปฏิบัติได้เลยทันทีที่พวกเราจบ
7. หนึ่งคำถามหนึ่งคำตอบที่อยากจะถามและตอบ
ท่านจะเชิญชวนรุ่นน้อง หรือคนรุ่นต่อๆไปให้สนใจมาลงเรียนวิชานี้อย่างไรบ้าง
สิ่งที่ทำให้คนสนใจมาเรียนวิชาใดวิชาหนึ่ง ถ้าเป็นคนที่มีวุฒิภาวะ คงจะไม่มองเรื่องความยากง่ายของการได้มาซึ่งเกรดที่ตนปรารถนาเป็นอันดับแรกนะครับ เขาคงจะมองว่า วิชานี้ให้อะไรกับเขาได้บ้าง คุ้มไหมกับเวลาที่เขาจะลงทุนจ่ายไปนั่งเรียน นั่งฟัง หรือทำกิจกรรมในชั้นเรียน
เนื้อหาของวิชานี้ ถ้าเป็นคนที่สนใจในการพัฒนาตัวเอง คงไม่อยากที่จะพลาดแม้แต่เรื่องเดียว ผมคงเข้าไปคุยให้เขาฟังว่า ผมเคยได้เรียนรู้เรื่องอะไร กับวิทยากรท่านใดมาบ้าง เพราะวิทยากรที่อาจารย์เชิญมาบางท่านก็เป็นคนที่มีชื่อเสียง หลายคนฟังก็นึกใบหน้าออกทันที และบางคนก็ปลื้มวิทยากรอยู่ ก็อาจเป็นสิ่งดึงดูดให้เขามาลงเรียนวิชานี้
ผมก็จะเล่าประสบการณ์ของผมให้เขาฟังครับ ว่าผมได้อะไรบ้างในวิชานี้ ทักษะที่เราจะหาไม่ได้จากการเรียนในชั้นเรียนทั่วไปอะไรบ้างที่ผมได้รับ และพัฒนาต่อยอดให้มีมากยิ่งขึ้นไป
จริงๆแล้ว ของดีไม่จำเป็นต้องโฆษณามากครับ คนที่เข้าใจในสาระของวิชานี้ เขาก็จะเดินมาลงเรียนเอง ผมเชื่อเช่นนั้น
** 8. สุดท้ายผมขอมอบพื้นที่นี้ให้กับการขอบคุณอาจารย์นะครับ **
ตลอดทั้งปีการศึกษา (วิชา Creativity และ Hack Your Mind) ผมรู้ว่าทั้งนักเรียนและนิสิตต่างก็ใหม่ต่อเรื่องที่จะนำมาเรียนนำมาสอนกันทั้งคู่ อาจารย์ต้องทำงานหนักในการเตรียมการสอน การเชิญวิทยากร และประสานงานในอีกหลายๆด้าน ต้องขอ “ขอบคุณ” อาจารย์ ธงชัย มากๆนะครับ ที่มอบสิ่งดีๆ ให้กับพวกเราที่ได้มีโอกาสมานั่งเรียนกับอาจารย์ และวิทยากรที่อาจารย์เลือกสรรมาให้ความรู้แก่เรา สิ่งที่ผมได้จากสองวิชานี้ แค่คำขอบคุณคงไม่พอ คงได้แต่สัญญาว่าจะนำเอาเมล็ดพันธุ์พืชที่อาจารย์มอบให้แก่พวกเรา ไปหว่านในที่ดินดีที่อุดมสมบูรณ์ให้มันเกิดดอกออกผลที่ดีต่อไปนะครับ “ขอบคุณมากๆครับ”


