Posted by: farmmie | เมษายน 10, 2008

ฝึกงาน

การฝึกงานสำหรับนิสิตนักศึกษาในบางคณะและบางชั้นปี ถูกจัดให้เป็นกิจกรรมทางวิชาการภาคบังคับ เพื่อให้นิสิตนักศึกษาได้รับรู้ถึงสิ่งที่แตกต่างไปจากการเรียนการสอนปกติในรั้วมหาวิทยาลัย ส่วนมากมักจะจัดให้สำหรับนิสิตนักศึกษาชั้นปีที่สามขึ้นไป เพื่อจะได้มีความรู้และทักษะพอควรแก่การออกไปฝึกงานในสภาพแวดล้อมจริง

โดยส่วนตัวแล้ว ตอนที่เพิ่งเข้ามาเรียนใหม่ๆ ยังอยู่ปีหนึ่งปีสอง ก็รู้สึกสงสัยมาตลอดว่า สิ่งที่เราเรียนกันอยู่ในทุกๆวันนี้ มันจะถูกนำไปใช้ได้จริงๆในชีวิตการทำงานจริงๆหรือ? ก็เลยเกิดอาการอยากฝึกงาน อยากลองทำงานในบริบทเนื้องานจริงๆ

พอโอกาสมาถึง ได้อยู่ในชั้นปีที่ต้องเข้ารับการฝึกงานแล้ว ตอนนี้แหละ ที่เริ่มได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง แล้วก็มีอีกหลายๆอย่างที่ไม่เหมือนกับที่ตัวเองเคยวาดฝันหรือจินตนาการไว้เลย

คงจะไม่ต้องพูดถึงวัตถุประสงค์ทั่วไปของการฝึกงาน ว่าอยากให้นิสิตนักศึกษาได้รับประสบการณ์ ได้ทักษะ ได้ความรู้จากการทำงานจริง สิ่งเหล่านี้ทุกคนคงรู้กันอยู่แล้ว

แต่อยากจะชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่ง ที่ได้จากการฝึกงานในครั้งนี้ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วก็คิดว่าอาจมีหลายๆคนที่รู้สึกหรือคิดอะไรแบบนี้

แต่ละคนเมื่อเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมา แล้วเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วงของการเป็นนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัย ณ เวลานั้นต้องเลือกทางเดินของตัวเองให้โฟกัสมากขึ้น ด้วยความที่ไม่ได้มีเวลาค้นหาตัวเองมากนัก ภาพของอนาคตของตัวเองก็ยังไม่ชัดเจน ทำให้ปัจจัยอื่นๆเข้ามามีอิทธิพลต่อการเลือกคณะที่จะเรียนต่อ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน, กรอบความคิดและค่านิยมเฉพาะกลุ่ม หรือแม้แต่สื่อต่างๆ เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็เริ่มต้นเรียนรู้ในศาสตร์และศิลป์ที่จำเพาะเจาะจงมากขึ้น เพื่อให้ตัวเองพอมีทักษะที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมกลุ่มต่างๆได้ (ขอใช้คำแบบนี้ ออกแนวทุนนิยม อุตสาหกรรมนิยมเล็กน้อย)

และด้วยการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย มีกิจกรรมต่างๆมากมายให้เลือกเข้าร่วม การค้นหาความสามารถและความชอบของตนเอง จึงเกิดขึ้น บางคนโดยที่รู้ตัว บางคนโดยไม่รู้ตัว แต่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี

ที่กล่าวอ้อมโลกมาแบบนี้ ก็เพื่อจะบอกว่า การฝึกงานก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่มีผลมากๆต่อกระบวนการค้นหาตัวเองแบบนี้

เด็กฝึกงานส่วนใหญ่ เพิ่งเคยเอาแรงกาย 7-10 ชั่วโมงต่อวันเข้าแลกกับค่าตอบแทน (ในที่นี้อาจไม่ใช่เงิน อาจเป็นการวัดผลประเมินผลทางวิชาการตามหลักสูตร หรืออะไรก็ตามแต่) ประสบการณ์ตรงนี้ แม้แค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ให้ข้อคิดมากมาย

หลายคนก็ออกอาการเบื่อหน่ายตั้งแต่สัปดาห์แรกของการเข้าฝึกงาน
หลายคนก็ดีอกดีใจ ได้ทำงานทำการเป็นชิ้นเป็นอัน
หลายคนก็เฉยๆ ไม่รู้ร้อนหนาวอะไร ให้ทำอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น
หลากคนก็หลากสไตล์

แค่ช่วงเวลาฝึกงาน 1 หรือ 2 หรือ 3 เดือนนี้ น่าสังเกตและบันทึกความรู้สึกและข้อเท็จจริงเหล่านี้ไว้
แล้วลองคิดง่ายๆ จะเอาไปเทียบบัญญัติไตรยางค์ หรือจะไปอินทิเกรตให้กลายเป็น สิบ ยี่สิบ สามสิบ สี่สิบ ปี ความรู้สึกเหล่านี้หรือข้อเท็จจริงเหล่านี้จะเป็นยังไงกันนะ น่าคิด

การได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ชอบ ถนัด แน่นอนว่าคงจะดีที่สุด ยิ่งถ้าได้ค่าตอบแทนที่ดี แบบนี้คงอยู่ตัวเลยทีเดียว
แต่ถ้ากลับกันหล่ะ นั่นแหละ เป็นประเด็นที่ต้องคิด
ใครที่ฝึกงาน ก็อยากให้เอาประโยชน์ตรงจุดนี้คิดถึงตัวเองดีๆ
จะมาบอกว่าไว้ค่อยคิด รีบคิดไปทำไม เครียด ก็ไม่ว่ากัน

คิดเห็นเป็นอย่างไรก็แสดงทัศนะได้ไม่ว่ากัน


Leave a response

Your response:

หมวดหมู่