จริงๆ ภาพยนตร์เรื่อง Music and Lyrics ออกฉายในโรงนานแล้ว แต่เพิ่งได้มีโอกาสดูภาพยนตร์เรื่องนี้ และประทับใจใน concept หลักของเรื่อง
มนุษย์นั้นเป็นสัตว์สังคม มิอาจอยู่ด้วยตัวคนเดียวได้ โดยธรรมชาติแล้วถูกสร้างให้อยู่เป็นกลุ่ม และหน่วยที่เล็กที่สุดของกลุ่มนั้นคงจะเป็นครอบครัว ซึ่งเริ่มจากการที่ชายและหญิงเกิดความรักต่อกัน และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
แม้จะนับว่าเป็นหน่วยทางสังคมหน่วยหนึ่ง แต่ภายในก็ยังประกอบด้วยปัจเจกบุคคลที่มีความแตกต่างกันในหลายๆเรื่อง
ถ้าจะขอพูดถึงครอบครัวในสเกลที่เล็กที่สุด ก็คงจะมีแค่หญิงกับชาย เหมือนในภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่นำเสนอออกมาโดยตัวละครหลักสองคน
ชีวิตคู่ก็เหมือนกับดนตรี ที่ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆ และทุกส่วนนั้นก็สำคัญต่อกันและกันและต่างช่วยกันเติมเต็มความเป็นดนตรีให้สมบูรณ์ เหมือนกับเนื้อร้องและทำนองที่ต้องเติมเต็มกันและกัน
ในเรื่องมีประโยคหนึ่ง ได้อุปมาความไว้มีใจความที่น่าสนใจ
ขอยกมาเพียงแต่ใจความ
***
หากเปรียบดนตรีเหมือนการได้รู้จักใครสักคน ท่วงทำนองของดนตรีนั้น ไม่ว่าจะเป็นเสียงโน้ตที่จับใจหรือจังหวะที่น่าสนใจ ก็เปรียบเหมือนการที่คนคนนั้นน่าสนใจแต่แรกพบ แต่การได้รับฟังและพินิจพิเคราะห์ถึงเนื้อหาหรือเนื้อร้องของเพลงนั้น คือการที่เราได้ทำความรู้จักกับคนคนนั้นมากขึ้น ได้รู้จักกับตัวตนของเขาคนนั้นมากยิ่งขึ้น
***
และบทเพลงที่น่าประทับใจจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็เลือกสรรคำได้เหมาะสมและสอดประสานกับดนตรีได้ดีทีเดียว
ขอถือโอกาสหยิบยกบทเพลง Way Back into Love ของคุณ Hugh Grant มา
I’ve been living with a shadow overhead
I’ve been sleeping with a cloud above my bed
I’ve been lonely for so long
Trapped in the past, I just can’t seem to move on
I’ve been hiding all my hopes and dreams away
Just in case I ever need em again someday
I’ve been setting aside time
To clear a little space in the corners of my mind
All I want to do is find a way back into love
I can’t make it through without a way back into love
Oh oh oh
I’ve been watching but the stars refuse to shine
I’ve been searching but I just don’t see the signs
I know that it’s out there
There’s got to be something for my soul somewhere
I’ve been looking for someone to shed some light
Not somebody just to get me through the night
I could use some direction
And I’m open to your suggestions
All I want to do is find a way back into love
I can’t make it through without a way back into love
And if I open my heart again
I guess I’m hoping you’ll be there for me in the end
oh, oh, oh, oh, oh
There are moments when I don’t know if it’s real
Or if anybody feels the way I feel
I need inspiration
Not just another negotiation
All I want to do is find a way back into love
I can’t make it through without a way back into love
And if I open my heart to you
I’m hoping you’ll show me what to do
And if you help me to start again
You know that I’ll be there for you in the end
oh, oh, oh, oh, oh
ในวันสบายๆ อารมณ์ดีๆแบบนี้ เลยอยากแปลด้วยสำนวนไทยๆ คงจะไม่ได้ดีอะไรมากมาย แต่ก็อยากนำเสนอ
***************************************
ยั้งอยู่อย่างเงียบเหงาใต้เงาหมอง
ดั่งเมฆาคลุมแท่นทองยามจันทร์ฉาย
เนิ่นนานแล้ววังเวงจิตเวิ้งว้างกาย
แห้งเหือดหายติดแหล่งรั้งที่ผ่านมา
ทั้งความหวังความฝันพลันซุกซ่อน
มิเมียงมองแม้ต้องการในวันหน้า
กักเก็บกาลเพื่อรอวันสุขหรรษา
จับจองห้องต้องตราในหัวใจ
ที่ต้องการคือหนทางกลับสู่รัก
ต่อให้ต้องรันทดหนักสักแค่ไหน
หากไร้รักคงมิอาจผ่านมันไป
เฉกมัจฉาวารีไกลมิอาจทน
เฝ้ามองดาวจรัสแสงแต่ก็หมอง
เฝ้าค้นหาแต่ก็มองมิเห็นหน
แต่รับรู้ว่าคงมีใครสักคน
ฟ้าคงบรรดาลดลให้รักกัน
***************************************