เคยโกรธคนคนหนึ่งมากมาย แล้วก็เก็บมาเครียดสร้างความลำบากให้กับตัวเองอยู่พักนึง พอปลอบตัวเองได้ว่า Let it go! ก็หายเครียดเลยทันที สังคมเราทุกวันนี้ต้องการการให้มากกว่าการรับ และการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และบางทีอาจจะยากที่สุดด้วยก็คือการให้อภัย
ใครที่รู้สึกว่าจิตใจหนักอึ้งไปกับการแบกรับความรู้สึกเคียดแค้น ลองหาทางออกด้วยวิธีเหล่านี้
ยอมรับความผิดพลาด : ยอมรับเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้น การปฏิเสธไม่เป็นผลดี เพราะยิ่งทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดยังคงอยู่ การทำใจให้ยอมรับที่ดีวิธีหนึ่งคือ การเขียนระบายลงไปว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมเองชอบเขียนลงในไดอารีส่วนตัวมากๆ ประมาณว่าสำนึกได้แล้วว่าทำได้ไป
ให้อภัยตัวเอง : คนเราทุกคนย่อมผ่านความผิดพลาดกันมาแล้วทั้งนั้น การที่เราทำผิดและไม่ยอมให้อภัยตัวเอง เท่ากับเป็นผลร้ายสองต่อ นอกจากตัวเองจะเป็นผู้ผูกความรู้สึกไม่ดีขึ้นเองแล้ว ยังเป็นผู้รับความรู้สึกนั้นเสียเองด้วย ครั้งหน้าถ้ามีเรื่องที่ทำผิดพลาด ก็ไม่ควรติดใจจนทำให้เครียดเกินควร เพราะวันหน้ายังมีวันแก้ตัว เคยดูหนังฝรั่ง หลายๆเรื่องที่ตัวเอกไม่ยอมให้อภัยตัวเอง เลยทำอะไรไม่ดีๆออกไป สุดท้ายก็เสียใจกับการกระทำของตัวเอง และสภาวะของตัวเองที่เป็นอยู่ จริงๆก็แค่ให้อภัยตัวเองเท่านี้ เรื่องก็จบแล้ว
ฝึกให้อภัยกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ : เช่นขับขี่รถบนท้องถนน รอคิวธนาคาร บางคนเท่านี้ยังหงุดหงิดเสียอารมณ์รมบ่จอยแบบหัวเสียสุดๆ เป็นอย่างนี้ตลอดก็เครียดตายกันพอดี
คิดในแง่ดี : แม้จะไม่นางงาม แต่ก็คิดในแง่ดีกันเถอะ เรื่องรอบตัวเราต้องมองให้รอบด้าน และเพิ่มความลึกซึ้งเข้าไป อย่าลืมคุณค่าของตัวเอง เราสามารถทำสิ่งดีๆมีประโยชน์ต่อคนอื่นได้ตั้งมากมาย อย่าตกเป็นทาสของอารมณ์ ค่อยๆปล่อยวาง
สุดท้ายจำไว้ว่า “การให้อภัยนำมาซึ่งสุขภาพดีทั้งกายและใจ”